Chat with us, powered by LiveChat

ปาฏิหาริย์แอนฟิลด์ ! เผยทีเด็ด เกมยูฟ่า ลิเวอร์พูล พบ บาร์ซ่า พลิกล็อคชนะ 4-0

ลิเวอร์พูล-พบ-บาร์ซ่า

ยกให้เป็นเกมระดับ 5 ดาวอีกเกมหนึ่งในวงการลูกหนังไปเลย กับเกมที่ ลิเวอร์พูล พบ บาร์ซ่า ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดที่สอง เมื่อคืนที่ผ่านมา หลังจากนัดแรกที่ผ่านมา บาร์เซโลน่า เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ 3-0 แน่นอนว่านัดที่สองนี้งานหนักตกอยู่ที่ หงส์แดง เพราะถ้าหากต้องการเข้าสู่รอบ Final พวกเขาต้องทำให้ได้ 4 ประตูขึ้นไป แล้วมันก็เกิดขึ้นจริงๆ ท่ามกลางความตะลึงงันและดีใจของ เดอะ ค็อป

เรียกได้ว่าเป็น ปาฏิหาริย์แอนฟิลด์ เลยก็ว่าได้ เพราะก่อนเกมจะเริ่มนั้น มีการรายงานข่าวจากสื่อ แทงบอล แห่งหนึ่ง ที่พูดเรื่องเกี่ยวกับความพร้อมของเจ้าบ้านอย่าง ลิเวอร์พูล นั้น เป็นรอง ทีมเยือนอย่าง บาร์เซโลน่า เนื่องจากมีการรายงานข่าวออกมาว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ต่างก็มีอาการบาดเจ็บเข้ามารบกวน ทำให้แฟนบอลทั้งหลายเป็นกังวลว่าโอกาสที่ หงส์แดง จะพลิกกลับมาเอาชนะก็อาจจะน้อยลงไปอีก

Liverpool stun Barca 4-0

แต่เหนือ ปาฏิหาริย์ คงต้องยกย่องให้กับความมุ่งมั่น และจิตใจที่แข็งแกร่งของนักเตะลิเวอร์พูล ทุกคน ที่ทำงานอย่างหนักสร้างเกมรุกตั้งแต่นาทีแรกจนนาทีสุดท้าย และสามารถพลิกล็อคกลับมาเอาชนะได้ด้วยสกอร์ 4-0 สร้างความช็อคพร้อมกับดีใจให้บรรดา เดอะ ค็อป เป็นอย่างมาก เพราะผลสกอร์รวมจากทั้งสองเกม พวกเขาเอาชนะเจ้าบุญทุ่มไปได้ 4-3 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2019 ได้สำเร็จ หลังจากจบเกม เรามาดูกันว่าอะไรที่ทำให้ ทีมหงส์แดง สร้างปฏิหาริย์จนสามารถเอาชนะ บาร์ซ่า มาได้

เผยทีเด็ด เกมยูฟ่า ลิเวอร์พูล พบ บาร์ซ่า พลิกล็อคชนะ ได้อย่างไร

ฟาน ไดค์ พิสูจน์แล้วว่าของจริง

Liverpool-centre-back-Virgil-van-Dijk

เกมนัดแรก เฟอร์กิล ฟาน ไดด์ ถูกวิจารณ์อย่างหนักจาก sbobet euro ว่าเล่นไม่ดี ปล่อยพื้นที่ว่างให้ หลุยส์ ซัวเรซ หลุดเข้าไปยิงทำประตูได้อย่างง่ายดาย จนถึงขั้นถูกครหาว่าไม่เหมาะกับการได้เป็นกองหลังที่เก่งที่สุดในโลกเลย

ในเกมนัดที่สองนี้ เขาตั้งใจอย่างมากกับการได้ลงเพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นถึงความพยายามที่เขามีและยังคงเป็นหัวใจสำคัญในเกมรับของทีม โดยเฉพาะจังหวะการจัดเกมลูกโด่ง และการคุมพื้นที่แนวรับรวมไปถึงการป่วนเกมรับของคู่แข่งยามที่เล่นลูกตั้งเตะ จังหวะที่ทุกคนคงจำกันได้ดีก็คือการสะกิดบอลจากเท้าของเมสซี่ ในกรอบเขตโทษ เพราะถ้าหากพลาดเพียงนิดเดียว โอกาสที่พวกเขาจะเสียจุดโทษมีแน่นอน

และในเกมนี้เขาก็ได้พิสูจน์แล้วว่าการยกย่องให้เป็นกองหลังที่เก่งที่สุดในโลกก็คงไม่แปลก เพราะทุกวันนี้จะหากองหลังที่ทั้งเหนียวแน่นในเกมรับและยังเสริมเกมรุกได้อย่างดุดัน แบบ ฟาน ไดค์ คงจะยากแล้ว


เพรสซิ่งแบบฉบับคล็อปป์

klopp

เกมนัดนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ เลือกใช้ระบบ 4-3-3 ซึ่งเป็นระบบเดิมที่คุ้นเคยของ ลิเวอร์พูล แต่ก็มีการเพิ่มเติมการเล่นเพรสซิ่งแบบเท่าทวีคูณขึ้นไปอีก ชนิดที่ว่าหายใจรดต้นคอกันเลยทีเดียว

เกมนัดแรก คล็อปป์ ใช้ระบบ 4-3-1-2 โดยวาง ไวจ์นัลดุม ยืนหน้าต่ำ และ โจ โกเมซ เข้ามาแทน อเล็กซานเดอร์ อาร์โนล์ ซึ่งถือว่าเป็นข้อผิดพลาดทำให้ บาร์เซโลน่า เล่นเกมบุกได้ง่ายขึ้น จนถูกถล่มยับถึง 3-0

ในเกมนี้ คล็อปป์ ตัดสินใจเลือกใช้ แผนเดิมพร้อมกับเติมกำลังใจให้นักเตะมุ่งมั่นและทุ่มเทแบบวิ่งสู้ฟัดกันไปเลย กลายเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ บาร์ซ่า ยอดทีมจากลาลีกาถึงกับเล่นไม่ออก นักเตะลิเวอร์พูลใส่เกมรุกไม่ยั้งไล่ล่าตาข่ายอย่างดุเดือดจนในที่สุดพวกเขาก็ชนะมาได้ด้วยสกอร์ 4-0 นั่นเอง


มนต์ขลังแอนฟิลด์

the-kop-liverpool

เรื่องเล่าถึงมนต์ขลังของสนามฟุตบอลแห่งนี้มีอยู่จริง เพราะมีนักเตะจำนวนมากที่มักจะพูดเสมอว่าการได้มาเยือนที่นี่ทำให้รู้สึกได้รับบรรยากาศที่มีความยิ่งใหญ่ อลังการ และถ้าหากใจไม่นิ่ง ไม่มีสมาธิจริงจะทำให้หลุดออกจากฟอร์มได้ และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะพวกเขาเองก็ได้ประสบมาแล้ว และบรรดา เดอะ ค็อป ก็ได้แสดงให้โลกได้เห็นว่า พวกเขานั้นมีใจรักและคอยสนับสนุทีมจนกระทั้งวินาทีสุดท้ายจริงๆ

you'll-never-walk-alone

ใครที่ได้สัมผัสบรรยากาศในสนามทั้งผ่านหน้าจอทีวีหรือมีโอกาสได้ไปอยู่ในสนามแห่งนี้จริงๆ จะเห็นได้ชัดว่าบรรยากาศมันสุดยอดมากจริงๆ ด้วยเสียงเพลง You’ll Never Walk Alone จะดังทั่วทั้งสนามตั้งแต่วินาทีที่นักเตะลิเวอร์พูลก้าวลงสู่สนาม ยิ่งพวกเขาอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สู้ดี เสียงเพลงจากเดอะ ค็อป ก็ยิ่งดังขึ้นไปเพื่อให้กำลังใจนักเตะทีมที่เขารักสู้ต่อไป จึงไม่แปลกที่ นักเตะหงส์แดง ทุกคนจะมีแรงสู้อย่างไม่ลดละ

ยิ่งในเกมนัดนี้ คงทำให้มนต์ขลังของสนามแอนฟิลด์เพิ่มขึ้นทวีคูณจนถูกยกให้เป็น “นรกของทีมเยือน”


Never give up (อย่ายอมแพ้)

never-give-up

หลายคนคลสะดุดตากับเสื้อของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่สวมเมื่อวานนี้ ที่มีการพิมพ์ตัวอักษรบนหน้าอกว่า “Never give up” แล้วนั่งให้กำลังใจเพื่อนร่วมทีมอยู่บนอัฒจรรย์ สิ่งนี้สื่อได้ว่านักเตะ เดอะ เร้ดส์ ทุกคนต่างก็พยายามให้กำลังใจกันและกัน เพื่อให้ลุกขึ้นสู้ให้ถึงที่สุด หากยังมีความหวัง

การไล่ล่าแบบไม่หยุดยั้ง และกดดันคู่แข่งของ บาร์ซ่า ได้ตั้งแต่ตำแหน่งผู้รักษาประตู ยันกองหน้า โดยเฉพาะตัวรุกสำคัญอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ , หลุยส์ ซัวเรซ และ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ จนถึงกับเล่นไม่ออก อีกทั้ง คล็อปป์ ยังสั่งย้ำลูกทีมว่าห้ามทำฟาวล์ในระยะอัตรายอย่างเด็ดขาด เพื่อไม่ให้ตกอยู่ในสถานการณ์เหมือนที่ คัมป์ นู

หลังจบเกม ทุกคนต่างก็ยกย่องทั้งนักเตะ และ ตัวผู้จัดการทีมอย่าง คล็อปป์ ที่สามารถปลุกพลัง จิตวิญญาณยอดนักสู้ขึ้นมาได้ ผลจึงออกมา


การแข่งขัน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ จะเกิดขึ้นในวันที่ 6 มิถุนายน โดย ลิเวอร์พูล จะต้องรอคู่แข่งขันที่จะเข้าชิงด้วยกันจากคู่ของ อายักซ์ และ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ส ที่จะทำการแข่งขันในวันที่ 9 พฤษภาคมที่จะถึงนี้

ติดตาม SBO-24hr เว็บผู้ให้บริการ แทงบอลออนไลน์ และอัพเดตข่าวสารใหม่ๆ ทุกความเคลื่อนไหว เกมแข่งขัน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และ อัพเดตข่าวสารของวงการลูกหนังโลกแบบเจาะลึกให้คุณได้รู้มากกว่าใคร

Share on facebook
Facebook
Share on google
Google+
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn
Share on pinterest
Pinterest