Chat with us, powered by LiveChat

เผยค่าตัวแข้งสำรองที่ค่าตัวแพงที่สุดโลก ปี 2019

แข้งสำรอง

ในวงการลูกหนังนั้นเรื่องเงินถือว่าเป็นเรื่องหลักๆ การที่สโมสรหนึ่งต้องการตัวนักเตะระดับแนวหน้าของโลกมาร่วมงานด้วยได้นั้น จำนวนเม็ดเงินมหาศาลคือสิ่งที่ล่อตาล่อใจให้การตัดสินใจของนักเตะเป็นไปในทางที่สโมสรต้องการได้เหมือนกัน แต่ทว่าไม่ใช่สตาร์นักเตะทุกคนที่พอตกลงเซ็นสัญญากับทีมไปแล้วจะทำผลงานได้น่าประทับใจเสมอไป เพราะบางครั้งพวกเขาก็ถือว่าพลาดกับการทุ่มเงินจำนวนมหาศาลคว้านักเตะมานั่งชมเกมข้างสนามเฉยๆ ก็มี ดังนั้นเราจึงอยากยกตัวอย่างนักเตะที่ทางทีมจ่ายเงินค่าตัวเขาแสนแพง แต่กลับทำได้เพียงการเป็นแข้งสำรองข้างสนามแทน

แข้งสำรองที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลก ประจำปี 2019

เมซุต-โอซิล แข้งตัวสำรอง

เมซุต โอซิล (ทีมอาร์เซน่อล)

มิดฟิลด์วัย 31 ปีที่ย้ายจาก เรอัล มาดริด มาเล่นให้กับทีมอาร์เซน่อล ด้วยค่าตัว 47 ล้านยูโร เมื่อปี 2013 การมาของเขานั้นกลายเป็นความหวังอันยิ่งใหญ่ของบรรดาเดอะ กันเนอร์ และเขาก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ช่วงเวลาที่ดีของเขากับปืนใหญ่นั้น ผลงานโดยรวมของเขาอยู่ในเกณฑ์ที่ดี มีโอกาสได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ แต่มันเป็นเพียงแค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น

การมาของ อูไน เอเมรี่ ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของ โอซิล พอสมควร เหมือนกับว่าพวกเขาไม่ค่อยถูกชะตากัน ทั้งสไตล์การเล่นอีกทั้งมีข่าวลือว่าพวกเขามีประเด็นส่วนตัวกันอยู่ แต่ที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ มิดฟิลด์เลือดเบียร์นั้นแทบไม่ได้รับโอกาสลงสนามเลย แม้ว่าช่วงหลังมานี้จะได้เห็นเขาเล่นอยู่ในสนามบ้างก็ตาม แต่ก็ไม่ได้บ่อยหนักอย่างที่ โอซิล ต้องการ

Ferland Mendy

แฟร์กล็องด์ เมนดี้ (ทีมเรอัล มาดริด)

ดาวรุ่งอนาคตไกลของเรอัล มาดริด ที่มีค่าตัว 48 ล้านยูโร หลังจากที่ราชันชุดขาวคว้าตัวเขามากจาก โอลิมปิก ลียง เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา หลังจากที่เขาโชว์ฟอร์มได้อย่างดุเดือดในลีกเอิง

การก้าวมาสวมชุดขาวในช่วงแรกดูเหมือนจะไปได้สวย เพราะทีมนี้ถือว่าเป็นทีมที่นักเตะดาวรุ่งหลายๆ คนต่างก็ใฝ่ฝัน แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็นไปอย่างที่เขาคิดตลอดไป เพราะตำแหน่งแบ็คซ้ายของทีมเป็นของ มาร์เชโล่ ที่ประจำอยู่มาโดยตลอด เพราะเหตุนี้เองที่ทำให้ เมนดี้ ได้เพียงแค่นั่งชมเกมอยู่ข้าวสนาม ในฤดูกาลนี้เขามีโอกาสได้ลงเพียงแค่ 4 เกมเท่านั้น

เอแดร์ มิลิเตา

เอแดร์ มิลิเตา (ทีมเรอัล มาดริด)

ปราการหลังอีกหนึ่งคนที่ เรอัล มาดริด ใช้เงินจำนวนมหาศาลเพื่อให้ได้มา ซึ่งแบ็คเลือดแซมบ้ารายนี้มีค่าตัวอยู่ที่ 50 ล้านยูโร แต่พอได้มาก็ไม่ได้ใช้งานอีกราย

แม้ว่าผลงานครั้งที่อยู่กับ ปอร์โต้ จะโดดเด่นเป็นกำลังสำคัญในเกมรับจนสามารถพาทีมเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายของศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และทีมมหาเศรษฐีอย่างเรอัล มาดริด ก็ถูกใจฟอร์มของเขาเต็มๆ ทั้งๆ ภายในทีมก็ยังมีเซ็นเตอร์แบ็คตัวหลักอย่าง วาราน และ รามอส อยู่แล้ว อีกทัง้พวกเขาเองก็ยังไว้เนื้อเชื่อใจให้ มาร์เชโล่ คุมแผงหลังของทีมอยู่แล้ว นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทีมราชันชุดขาว กองเงินทิ้งไว้เฉยๆ ข้างสนามถึง 50 ล้านยูโร

นาบี เกอิต้า

นาบี เกอิต้า (ทีมลิเวอร์พูล)

กองกลางตัวรับที่ทางทีมลิเวอร์พูล ยอมควักกระเป๋ามากถึง 60 ล้านยูโร ให้กับ ไลป์ซิก เพื่อซื้อ นาบี เกอิต้า หวังให้เขามาเสริมแกร่งในแดนกลาง แต่เรื่องที่จะครองตัวจริงนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะ ฟาบินโญ่ ยังคงมีฟอร์มโดดเด่นอยู่ในแดนกลาง ดังนั้นเขาจึงต้องจำเป็นขยับไปเล่นด้านข้างบ้าง

อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่านั่นไม่ใช่เป็นปัญหาเดียวที่เขาเจออยู่ อีกสิ่งที่เขากำลังเผชิญกับมันอย่างยากลำบากเลยก็คือ อาการบาดเจ็บที่เขาจะต้องเจอกับมันบ่อยๆ อย่างล่าสุดในเกมที่เจอกับ อาร์เซน่อล ในศึกคาราบาว คัพ จนต้องเปลี่ยนตัวออกในนาที 55 จากนั้นเขาก็ไม่ได้มีชื่อลงสนามไปอีก 4 นัด และฤดูกาลนี้เองเขาก็ได้ลงเล่นเพียงแค่ 2 นัดเท่านั้น

Anthony Martial

อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล (ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หอบเงินกว่า 60 ล้านยูโร เพื่อที่จะดึงตัว อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล มาจาก โมนาโก แต่ดูเหมือนว่าชีวิตการค้าแข้งของเขาในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไม่ค่อยราบรื่นเท่าไหร่ ประการแรกเลยก็คืออาการบาดเจ็บที่เข้ามาโจมตีอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ ลูกากู และ แรชฟอร์ด ได้โอกาสในการลงสนามแทนเขา โดยเฉพาะอาการบาดเจ็บครั้งล่าสุดนี้เขาก็ต้องใช้เวลาพักนานกว่า 2 เดือน หากไม่ได้เป็นเพราะอาการบาดเจ็บที่เข้ามาโจมตีเขาตอนนี้ มาร์กซิยาล จะเป็นตัวหลักที่ โซลชา เลือกใช้งานในฤดูกาลนี้ เพราะจากผลงานที่เขาทำเอาไว้ ถือว่าอยู่ในระดับดีเลยทีเดียว ถ้าดูจากสถิติที่ทำไว้ 5 ประตูจาก 10 เกมในซีซั่นนี้

Luka Jovic

ลูก้า โยวิช (ทีมเรอัล มาดริด)

เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เรอัล มาดริด ก็ได้จ่ายเงินกว่า 60 ล้านยูโร เพื่อให้ได้ตัว ลูก้า โยวิช จาก ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต มาใช้งาน จากจำนวนเงินที่จ่ายให้กับนักเตะวัย 21 ปีรายนี้ เขากลายเป็นความหวังใหม่ของสโสมรเลยก็ว่าได้ แต่ทว่าเวลานี้ โยวิช คงไม่อาจเป็นความหวังของทั้งสโมสรและแฟนบอลได้แล้ว เนื่องจากปัญหาการปรับตัวให้เข้ากับระบบของทีม ยิงไปกว่านั้นก็คือการแย่งตำแหน่งตัวจริงกับนักเตะรุ่นพี่ได้ หากจะให้โยกไปเล่นในตำแหน่งอื่นในทีมก็ไม่สามารถทำได้ เพราะทีมราชันชุดขาวนั้นต่างก็มีนักเตะระดับท็อปสตาร์วางเอาไว้ในทุกตำแหน่งอยู่แล้ว

Joao Cancelo

ชูเอา กานเซโล่ (ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้)

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอมทุ่มเงินกว่า 27 ล้านปอนด์พร้อมพ่วงกับ ดานิโล่ รวมมูลค่าเท่ากับจ่าย 65 ล้านยูโร เพื่อแลกกับตัว ชูเอา กานเซโล่ จากยูเวนตุสมาเสริมแกร่งให้กับแนวรับ ทำให้นักเตะรายนี้กลายเป็นกองหลังที่มีค่าตัวแพงมากที่สุด

อย่างไรก็ตามจนถึงตอนนี้ กานเซโล่ ยังคงอยู่ในช่วงที่ต้องปรับตัว เพราะรูปแบบการเล่นของ เซเรีย อา และ พรีเมียร์ ลีก นั้นค่อนข้างต่างกันมาก ซึ่งทาง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็ได้ออกมาเผยว่าตอนนี้ กานเซโล่ เริ่มทำได้ดีมากขึ้น และเขาก็ได้โอกาสเล่นเป็นตัวจริงเกมที่เจอกับ อตาลันต้า ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่มนัดที่ผ่านมา

Riyad Mahrez

ริยาด มาห์เรซ (ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้)

การจ่ายเงินเพื่อให้ได้ตัวของ ริยาด มาห์เรซ ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในครั้งนี้ใครๆ ก็ต่างมองว่ามันเป็นเรื่องที่เกินความจำเป็น เพราะพวกเขาต้องควักเงินมากถึง 67 ล้านปอนด์ เพราะพวกเขาก็มี แบร์นาโด้ ซิลวา ที่เล่นริมเส้นฝั่งขวาได้ดีอยู่แล้ว

แต่เมื่อทำไปแล้ว หลายคนคิดว่า มาห์เรซ อาจจะสามารถเปลี่ยนมาเล่นริมซ้ายได้ไม่ยาก เพราะเขาก็ถนัดซ้ายอยู่แล้วและยังสามารถเปิดเข้าเล่นกลางได้เลย  แต่คงไม่ง่ายเพราะริมซ้ายนั้นเรือใบสีฟ้า ได้ว่าง ราฮีม สเตอร์ลิง ที่ฟอร์มกำลังร้อนแรงอยู่แล้ว แต่ด้วยความสามารถของอดีตแข้งแนวรุกของ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่มีฟอร์มเฉียบคมทำให้เขาได้รับโอกาสลงสนามไปบ้างในซีซั่นนี้

ฮาเมส โรดริเกซ

ฮาเมส โรดริเกซ (ทีมเรอัล มาดริด)

หลายคนอาจจะลืมไปแล้วว่า ฮาเมส โรดริเกซ เป็นนักเตะที่ เรอัล มาดริด ซื้อตัวมาด้วยราคา 75 ล้านยูโร มาตั้งแต่ปี 2014 แต่เพราะช่วงเวลานั้นราชันชุดขาวมีตัวเลือกเยอะมาก ทำให้เขาที่มีโอกาสลงสนามน้อยอยู่แล้วกลายเป็นตัวเลือกที่ทางสโมสรปล่อยให้ บาเยิร์น มิวนิค ยืมไปใช้งานนานกว่า 2 ฤดูกาล

ผลงานในบุนเดสลีกาของ โรดริเกซ นั้นไปได้ดี ทำให้มีข่าวลือออกมาว่าทางทีมเสือใต้เตรียมซื้อตัวเขาแบบถาวร แต่แล้วพวกเขาก็ต้องผิดหวัง เพราะ เรอัล มาดริด เรียกตัวเขากับไปแม้ว่าจะไม่มีพื้นทีมภายในทีมให้เขายืนเลยก็ตาม แน่นอนว่าโอกาสในการลงสนามของแข้งวัย 28 ไม่มีเลย สิ่งที่จะสามารถทำให้เขาได้เฉิดฉายสักครั้งก็คงจะเป็นช่วงที่ผู้เล่นตัวหลักของซีดานเจ็บเพียงเท่านั้น

อุสมาน เดมเบเล่

อุสมาน เดมเบเล่ (ทีมบาร์เซโลน่า)

การลงทุนครั้งมหาศาลของ บาร์เซโลน่า ที่ยอมทุ่มเงินสูงกว่า 125 ล้านยูโร ดีล อุสมาน เดมเบเล่ มาจากดอร์ทมุนด์หวังให้มาเสริมแนวรุก หลังจากที่ต้องเสีย เนย์มาร์ ให้กับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง

แน่นอนว่าการจ่ายเงินมหาศาลครั้งนี้เป็นที่มาของการแบกความหวังอันยิ่งใหญ่ตามไปด้วย อีกทั้งยังถูกมองว่าจะเข้ามาแทนที่นักเตะระดับสตาร์ที่ออกไป แต่ทว่าในสองฤดูกาลแรกทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่ทุกคนคาดหวังไว้ ทำให้ทางสโมสรทุ่มเงินอีกครั้งในการคว้า กรีซมันน์ มาเสริมบวกกับผู้เล่นคนอื่นๆมาให้ บัลเบร์เด้ ได้เลือกใช้งานได้สบาย ทั้งหมดนี้จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ นักเตะค่าตัวแพงที่สุดรายนี้ต้องนั่งชมเกมอยู่ข้างสนามแทน โดยในซีซั่นนี้เขาได้ลงสนามเพียงแค่ 4 เกมเท่านั้น

เห็นได้ชัดว่าการทุ่มเงินซื้อนักเตะที่กำลังมีชื่อเสียงจำนวนมหาศาลของแต่ละสโมสรไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะดีขึ้น เพราะอย่างที่เห็นว่านักเตะที่ได้กล่าวมาทั้งหมดนี้ แม้เคยเป็นกำลังหลักของทีมมาก่อน แต่เมื่อตัดสินใจเลือกทีมดังพร้อมด้วยชื่อเสียงที่ว่าค่าตัวแพงที่สุด มันต้องแลกกับอะไรหลายๆ อย่างที่ทำให้โอกาสการลงเล่นในสนามของพวกเขาแทบไม่มีต้องนั่งเป็นแข้งสำรอง ได้เหมือนกัน ไม่คุ้มทั้งค่าเงินที่สโมสรจ่ายไปและไม่คุ้มค่ากับการตัดสินใจย้ายของนักเตะด้วยเช่นกัน

 

 

 

 

 29 total views

Share on facebook
Facebook
Share on google
Google+
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn
Share on pinterest
Pinterest